เมนูหลัก
· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ดาวน์โหลด
· ติดต่อเรา
· เนื้อหาสาระ
· เผยแพร่เรื่อง
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เรื่องทั้งหมด
· เรื่องทั้งหมดสำหรับพิมพ์
· หัวข้อเรื่อง
ค้นหา


เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:

เรื่องน่าอ่าน

ฅนน้ำขาว รักน้ำขาว
[ ฅนน้ำขาว รักน้ำขาว ]

·บรรยากาศกิจกรรมการตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ 2555
·โบสถ์ที่กันฝาโลง
·เดือนสิบ วันรับเปรต 51
·น้ำขาว อวอร์ด ครั้งที่ 4
·ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา
·กีฬาต้านยาเสพติด
·ภาวะโลกร้อน
·ลอยกระทง'50
·เราหยุดแล้ว
User Info
สวัสดี, พี่น้องชาวน้ำขาว
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: JackDpw11
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 23036

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 4
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 4
เรื่องน่าอ่าน ภาพน่าดู
· เมษาหน้าร้อน
· ประวัติวัดน้ำขาวใน
· มองคนจะนะ
· คำขวัญอำเภอจะนะ
· 40 ปี: ที่จะนะเปลี่ยนไป
· เขรถถีบย้อนรอยประวัติศาสตร์
แนะนำเว๊บ









นั่งสาดเตย กินลูกหว้า อาบน้ำคลอง ฉีกท้องข้าว
มองคนจะนะ
มองคนจะนะผ่านมิติประวัติศาสตร์นักรบในรอยต่อศูนย์กลางอำนาจ



หน้า: 1/2

เมืองจะนะมีลักษณะชุมชนที่ผสมผสาน ทางวัฒนธรรมและผู้คน อยู่ในบริเวณที่เรียกว่าเป็นขอบหรือรอยต่อของศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและวัฒนธรรมในภาคใต้ โดยเฉพาะระหว่างนครศรีธรรมราชพัทลุง สงขลา ซึ่งมีความเข้มทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกี่ยวกับพุทธศาสนากับเมืองปัตตานี อันเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเผยแพร่วัฒนธรรมอิสลามและวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวมาลายู ประชาชนของจะนะมีปะปนกัน ระหว่างไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิม




สงบ ส่งเมือง อาจารย์คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้นำเสนอประวัติของอำเภอจะนะว่า เดิมป็นเมืองขึ้นของพัทลุง ซึ่งระเดียวกันมีด้วยกัน 4 เมือง คือ จะนะ เทพา สงขลา และปะเหลียน ต่อมาเมื่อแยกสงขลาออกจากพัทลุง จะนะกลายป็นเมืองขึ้นของสงขลา

ปลายอยุธยาจนกระทั่งปี พ.ศ.2439 จะนะเป็นเมืองขนาดเล็กขึ้นกับเมืองพัทลุงในระยะแรก และขึ้นกับสงขลาระหว่างปี พ.ศ.2329 - 2439 เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์ชั้นพระเรียกกันทั่วไปว่า "พระจะนะ" มีราชทินนามตามปรากฏในจดหมายเหตุและพงศาวดาร ว่า "พระมหานุภาพปราบสงคราม" บ่งบอกว่าเจ้าเมืองนี้เป็นนักรบ เพราะเจ้าเมืองจะระมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองสงขลาทางใต้ ต้องพัวพันกับการสู้รบกับหัวเมืองมาลายูตลอดมา จึงต้องมีการย้ายที่ตั้งตัวเมืองอยู่เสมอ เพื่อความเหมาะสมทางด้านชัยภูมิ และบางครั้งถูกข้าศึกเผาเมือง ตัวอย่างเช่น ในคราวเกิดกบฏเมืองไทรบุรี ปีพ.ศ.2381 เป็นต้น

ปี พ.ศ.2385 เมืองจะนะสงบสุขขึ้นเจ้าเมืองสงขลาเริ่มเข้าไปหาผลประโยชน์ในเมืองจะนะมากขึ้น ในรายการผลประโยชน์ของเจ้าเมืองสงขลาที่ได้รับพระราชทานจากรัฐบาลกลางปรากฏว่า มีรายการหนึ่งที่ได้จากเมืองจะนะคือ เงินส่วยแทนกระดาน ซึ่งชาวจะนะต้องจ่ายให้แก่เมืองประมาณปีละ 4,300 บาท สร้างความไม่พอใจให้แก่เจ้าเมืองและชาวจะนะ ปรากฏในหลักฐานใบบอกเมืองสงขลา ปี พ.ศ. 2432 ฉบับหนึ่งว่า เจ้าเมืองจะนะได้วางเฉยเมื่อทางเมืองสงขลาทวงส่วยดีบุกและเสื่ออาสนะจากเมืองจะนะ ซึ่งแสดงให้เห็นความขัดแย้งระหว่างเมืองสงขลากับเมืองจะนะ

เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดมาแล้วก่อนหน้านั้นปี พ.ศ.2431 เมื่อเชกอิสบ แขกในบังคับของอังกฤษออกไปสำรวจแหล่งดีบุกในเมืองจะนะ แต่พระจะนะ ไม่แจ้งให้เจ้าเมืองสงขลาทราบ ฝ่ายเมืองสงขลาได้แจ้งเรื่องให้รัฐบาลกลาง แต่พระจะนะบอกว่าเชกอิสบ ไม่เคยไปพบพระจะนะ

ภาพประกอบโดย: สมเดช ยีรามัน




หน้าถัดไป (2/2) หน้าถัดไป



Access Denied