เมนูหลัก
· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ดาวน์โหลด
· ติดต่อเรา
· เนื้อหาสาระ
· เผยแพร่เรื่อง
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เรื่องทั้งหมด
· เรื่องทั้งหมดสำหรับพิมพ์
· หัวข้อเรื่อง
ค้นหา


เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:

เรื่องน่าอ่าน

นานาสาระ
[ นานาสาระ ]

· มองหาตัวตน... ค้นพบภูมิปัญญา... พัฒนาท้องถิ่น...
·โบสถ์แบบภาคใต้ (วัดน้ำขาวใน) ที่ถูกทอดทิ้ง
·คืนผืนป่า สู่แผ่นดินพ่อ
·แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดร.ครูชบ ยอดแก้ว
·เดือนสิบ
·เปิดประเด็น โบสถ์วัดน้ำขาวตก
·VCD สารคดีชุดควนธงเสร็จแล้วเรียบร้อยแล้ว
·อ.บ.ต.นุกูล ณะนวล ที่เมืองกาญจน์
·คลองลำพด...อีกเส้นเลือดหนึ่งของฅนน้ำขาว
User Info
สวัสดี, พี่น้องชาวน้ำขาว
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: JackDpw11
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 23036

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 23
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 23
เรื่องน่าอ่าน ภาพน่าดู
· เมษาหน้าร้อน
· ประวัติวัดน้ำขาวใน
· มองคนจะนะ
· คำขวัญอำเภอจะนะ
· 40 ปี: ที่จะนะเปลี่ยนไป
· เขรถถีบย้อนรอยประวัติศาสตร์
แนะนำเว๊บ









นั่งสาดเตย กินลูกหว้า อาบน้ำคลอง ฉีกท้องข้าว
เรื่องเล่า: คลองลำพด...อีกเส้นเลือดหนึ่งของฅนน้ำขาว

นานาสาระ เมื่อโรงงานเข้ามาผลดีคือคนส่วนหนึ่งได้ทำงานและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองทรายมีภาษีเงินได้ แต่ผลตรงข้ามหมู่บ้านลำพดและใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองลำพด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายสำคัญ

น้ำเสียส่งผลโดยตรงต่อ สัตว์ พืช และพื้นดิน สร้างความเสียหายต่อระบบ นิเวศวิทยาของชุมชน น้ำในลำคลองเน่าเหม็นไม่สามารถใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค หมู่บ้านอื่นทางปลายน้ำ ก็รับผลกระทบที่ไม่ต่างกัน ไม่ว่าที่ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี , ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ ไปถึงทางทะเลฝั่งตะวันออก




ใครติดตามข่าวคงยังจำได้ ปัญหาน้ำเสียจากโรงงานเซฟสกินลาเท๊กซ์ (ประเทศไทย)ที่ตำบลคลองทรายแห่งนี้ เป็นปัญหาจนเกิดการประท้วงในพื้นที่รุนแรงมาก่อน จนกระทั่ง 24 ตุลาคม 2545 นายชวลิต อุทัยรัตน์ นายอำเภอนาทวีขณะนั้น ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายมารับฟังความเห็น มีประธานบริหารอบต. 6 แห่ง คืออบต.น้ำขาว อบต.ขุนตัดหวาย อบต.คู อบต.แค อบต.ฉาง และ อบต.นาหมอศรี ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และ ตัวแทนจากโรงงานเซฟสกินลาเท๊กซ์ (ประเทศไทย) แต่วันนั้นไม่มีตัวแทนจาก อบต.คลองทรายที่ตั้งของโรงงาน มาร่วม ประชุม ..ปัญหาค้างคามาจนปัจจุบัน

ปี 2547 นักศึกษาระดับมัธยมต้นของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอนาทวี ร่วมกับครูศูนย์เรียนชุมชน (ศรช.) ตำบลคลองทราย และครูศูนย์การเรียนชุมชนทุกตำบล ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองทราย(อบต.คลองทราย) ที่ตระหนักถึงปัญหาและให้ความสำคัญ ที่จะต้องช่วยกันปลูกฝังสร้างจิตสำนึกที่ดี ให้กับชาวบ้านในชุมชน ให้ตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่มีอยู่ได้รับความเสียหายมากไปกว่านี้ จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคลองลำพดขึ้น ประกอบกับเยาวชนกลุ่มนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในโครงการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนภาคใต้ ( สงขลา กระบี่ ระนอง ) ซึ่ง สนับสนุนโดย สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯและ มูลนิธิเยาวชนนานาชาติ

นันทิภาคย์ เรืองเขียว ครูแกนนำในโครงการฯ ซึ่งเป็นคนพื้นเพ บ้านลำพด เล่าว่า คลองลำพด เป็นคลองน้ำลึก ใส สะอาด คนในพื้นที่ ใช้ดื่ม อาบมาก่อน

"คนรุ่นก่อนโตมากับคลอง ทุกคนผ่านการตีลังกาเล่นน้ำ ในแอ่งน้ำของคลอง ไม่ว่าที่เรียกว่า วังโป่ง วังหลง หรือ วังค่อม สมัยนั้น เด็กจะเอาขอนไม้มาลอยและถ่อ ลอยคอ ปลามีมากขนาดที่ถ้าเอาเศษอาหารทิ้งลงไปนิดเดียวปลาก็จะมาเต็ม ใครอยาก กินกุ้งก็ไปช้อนเอาตามขอนไม้ มารู้อีกทีคลองก็ตื้นเสียแล้ว น้ำนำมาใช้ไม่ได้ เพราะโรง งานน้ำยาง"

ทุกวันนี้ ที่คลองลำพดจึงห้ามเล่น ห้ามดื่ม ห้ามอาบ ปลาที่ได้มาจากคลองไม่มีใครกล้ากิน

ชาวบ้านลำพดรู้ปัญหาว่ามาจากโรงงานแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เคยมีการรวมตัว ประท้วง แต่ก็รู้อีกว่าไม่เกิดประโยชน์ เพราะทางโรงงานมีอำนาจเงินที่พร้อมจ่ายให้กับแกน นำชาวบ้านเพื่อให้เงียบ พอคิดว่าปัญหาแบบนี้จะพึ่งราชการได้ แต่พอทำหนังสือร้องเรียน ก็เงียบหายไปทุกครั้ง
ในที่สุดคนที่เคยใช้คลองลำพดกลับแสดงออกมาว่าไม่เดือดร้อนหรือยอมจำนนต่อปัญหา พอใช้น้ำคลองไม่ได้ พวกเขาก็หันไปขุดบ่อ ใช้น้ำบ่อ น้ำบ่อดื่มไม่ได้ก็หันไปซื้อน้ำที่บรรจุขายเป็นถังมาดื่ม แม้กระทั่งที่ปลายน้ำ อย่างตำบลนาหมอศรีกระทบคนทำนา ก็จริง แต่คนที่นั่นไม่ได้ทำนาเป็นอาชีพอย่างเดียว พอทำนาไม่ได้ ก็หันไปกรีดยาง พยายามลืมเรื่องทำนา

ชาวบ้านลำพดจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ในโรงงาน อบต.คลองทราย ก็มีส่วนได้เสียโดยตรง ทั้งภาษี อบต. และข้อสงสัยว่าจะมีเม็ดเงินนอกระบบอีกจำนวนหนึ่งที่ทาง โรงงานจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้อง เรื่องแบบนี้พูดกันในหมู่ชาวบ้านทั่วไปมานาน

"เมื่อใครพูดออกไป ก็เหมือน ไม่มีใครสนใจ ได้แต่ปลูกฝังเด็ก แต่ก็ชนตรงๆไม่ ได้"นันทิภาคย์ เล่า สำหรับเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่าหลายคนได้รับรู้ปัญหานี้ดี อยู่แล้ว แต่ไม่กล้าพูด หรือแสดงความคิดเห็น เพราะไม่รู้ว่าพูดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับตัว เองบ้าง

เยาวชนในกลุ่มที่ร่วมโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคลองลำพด ต่างมีเพื่อนที่ทำงานโรงงาน แต่ยอมรับว่าไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนซึ่งอยู่ในโรงงานในปัญหาดังกล่าว จนเมื่อ พวกเขาได้ไปดูสภาพจริง มีการบันทึกมาส่งครูแกนนำของโครงการฯ พวกเขาบันทึกว่า

....น้ำเสีย สาเหตุมาจากเศษไม้ กอหญ้า และขยะที่ชาวบ้านทิ้งลงคลองเป็นสาเหตุ แต่ไม่รุนแรงเท่ากับน้ำเสียที่โรงงานปล่อยออกมา ซึ่งมีสารเคมีอันตรายปะปนมาด้วย ,สภาพลำคลองน้ำตื้น มีใบไม้ร่วงมาในลำคลอง ทำให้เกิดการหมกอยู่ในน้ำ น้ำจึงมีสี มีกลิ่นเหม็นของใบไม้ ในลำคลองมีถุงขนมลอยอยู่ มีตะไคร่น้ำจับอยู่ตามก้อนหิน ปลาในลำคลองไม่มี เพราะโรงงานปล่อยน้ำเสียลงมา ,สภาพลำคลองหน้าโรงงาน น้ำในลำคลองแห้งขอด ไม่มีน้ำไหล ที่หน้าโรงงานมีกลิ่นเหม็นของสารเคมี อากาศเป็นพิษ สภาพ แวดล้อมทั่วโรงงานรอบๆโรงงานเป็นป่าไม้ โรงงานตั้งอยู่ที่สูง เวลาปล่อยน้ำเสียลงมาก็จ กระทบให้แก่ชาวบ้าน และลำคลองใกล้เคียง.... ฯลฯ

"เด็กบ้านเราไม่รู้จักคิดมาก่อน แต่พอเราพูดแล้ว เขาจบอกว่า เออ จริง ในใจเขามีอยู่แล้ว แต่ไม่กล้าพูดออกมา เพราะไม่รู้ว่าพูดออกมาแล้วจะถูกอะไร ได้แต่บอกว่าที่ไปสำรวจนั่นให้พูดออกมา แต่ที่คิดมาก่อนน้อย"

บนทางออกของปัญหานันทิภาคย์เล่าว่าเยาวชนในโครงการฯ ได้ช่วยคิดเครื่องกรองน้ำ แต่ เขาจะไม่คิดอะไรกว่านั้น อย่างจะไม่คิดสู้กับโรงงาน แต่ก็มีทางออกที่น่าสนใจ ร่วมกับ อบต. และชลประทาน เช่น เพื่อแก้ปัญหาให้กับคนที่ปลายน้ำ ที่นาหมอศรีที่กระทบทำนาไม่ได้ เขาเสนอเรื่องตัดคลองสายใหม่ไม่ให้ไหลลงไปที่นาหมอศรี แต่ในทางปฏิบัติทำยากเพราะไม่มีใครให้ที่ดิน

"เรื่องนี้เป็นเรื่องของชุมชนแล้ว ถ้าจะแก้ปัญหา ต้องคนมีอำนาจในการต่อรอง ตระหนักว่าเราเป็นประกายเล็กๆ แค่สะกิดหัวฝี ทั้งที่ฝีมีมานานแล้ว ถ้าอยากให้หนองไหลออกมาต้องช่วยกันบีบ" นันทิภาคย์ว่า และว่าขั้นต่อไปคิดว่าจะให้เด็กจัดละคร ในเวทีชาวบ้าน สะท้อนปัญหาบางอย่างให้เห็น และพยายามดึงชุมชนอื่นเข้ามาร่วม

อนันต์ ประชุมทอง สมาชิก อบต. หมู่ 3 บ้านลำพด ตำบล คลองทราย ในฐานะ ผู้นำชุมชนและผู้ปกครอง ของคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯนี้ เล่าว่า ปัญหานี้ เห็นว่าแก้ได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม และเห็นว่ายังไม่กระทบโดยตรง กับชาวบ้าน

"คลองเน่าเสีย ในชุมชนก็มีส่วน จาก กลุ่มรับซื้อน้ำยาง และการใช้สารเคมีปราบวัชพืช"เขาเล่าว่า ตั้งแต่มีปัญหาได้ให้คนในชุมชนที่มีกล้องวิดีโอ ถ่ายไปร้องเรียนผู้ เกี่ยวข้องแต่ไม่เกิดผล เคยประท้วงผู้ว่าฯมา แล้วเรื่องก็เงียบ จนอดคิดไม่ได้ว่าเข้าทำนอง เตะหมูเข้าปากหมาหรือไม่ คือพอร้องเรียนทีซองจะได้คนอื่น อบต.ทำเรื่องไปอำเภอ จังหวัด ก็เงียบหายทุกครั้ง

เขาเล่าว่าตอนแรกที่โรงงานมาตั้งคิดว่าดี เพราะคนในท้องถิ่นจะได้ทำงาน แต่จริงแล้วคนในหมู่บ้านมี ราว 10% เท่านั้น

"ในการจัดอบรมเด็ก ผมพูดถึงสาเหตุของน้ำเสีย ไม่ใช่โรงงานอย่างเดียว ขยะที่ชาวบ้านทิ้งลงไปก็เป็นปัญหาด้วย แต่โรงงานเป็นปัญหาหลัก โรงงานเดินเครื่องไม่หยุด มีบ่อน้ำเสียขนาด ใหญ่ที่พร้อมจะปล่อยลงมา"

อนันต์เล่าว่าเมื่อไม่ต้องการสู้กับโรงงาน ก็ได้แต่ให้ลดการทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง ช่วยกันปลูกต้นไม้ โรงงานก็เคยจะแก้ปัญหาโดยเสนอที่จะขุดสารเคมี ขึ้นมาจากคลองให้ แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมให้เอาสารเคมีมาไว้บนสวนของตัวเอง ที่สุดแล้วก็แค่ได้บทเรียนจากชุมชนแห่งนี้ เพื่อบอกกับคนอื่นว่าอย่าให้มีโรงงานแบบนี้เกิดขึ้นกับชุมชนอื่น

ภาวินา วิทยารัตน์ นักเรียนที่เป็นคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ เล่าว่า จากการได้ร่วมโครงการนี้ การได้คุยเรื่องนี้ เป็นโอกาส ที่จะได้ขยายเครือข่าย ได้แลก เปลี่ยนกับคนต่างถิ่น ถ้าไม่มีโครงการนี้จะไม่มีโอกาส ได้ใช้เหตุผลในการมาแก้ปัญหา อย่างนี้ ข้อสรุปบางครั้งมาจากการถกเถียงกัน

"ตอนทำกิจกรรม มีที่ทะเลาะกันเอาเป็นเอาตาย คำตอบมีหลายหัวข้อ จะสรุป อย่างไร แต่สุดทายมาสรุปที่เหตุผลร่วมกัน ถ้าไม่ได้ทำกิจกรรมนี้ จะไม่มีโอกาสเข้าถึง รู้จักความคิดของคนอื่น" ภาวินาเล่า

อาจารย์พรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนภาคใต้ ( สงขลา กระบี่ ระนอง ) กล่าวว่า งานอนุรักษ์คลองลำพด กับการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนจะเชื่อมโยงกันอย่างไร เป็นโจทย์สำคัญที่ ที่โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนภาคใต้ มอบให้เป็นภารกิจของครูแกนนำ เยาวชนแกนนำ ครอบครัว และชุมชนต้องช่วยกันค้นหาคำตอบ

อาจารย์ดุษิต ทองสาย ผู้อำนวยการ ศอบ.นาทวีได้ให้ข้อคิดว่า เยาวชนในโลกยุคไร้พรมแดนมีปัญหามากมาย คิดว่าเรื่องทักษะชีวิต เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา ที่บ้าน และที่ชุมชนต้องร่วมกันปลูกฝังหรือบูรณาการเข้าไปในกาเรียนรู้ของเด็ก มันจะเป็นฐานเสริมให้เกิดการคิดเป็น และนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ ซึ่งการจะได้มาซึ่งการคิดดีและการตัดสินใจที่ถูกต้อง เราต้องฝึกให้เขาเรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน ฝึกการทำงาน เป็นทีม ฝึกการจัดการทางอารมณ์เวลา เผชิญกับปัญหาร่วมกัน ฝึกการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น การทำงานโดยการเรียนรู้ร่วมกัน แบบนี้แหละ จะทำให้เยาวชนของเราเติบโตทางความคิด และคิดเป็นได้

"ผมคิดว่า คนเป็นครู เป็นพ่อเป็นแม่ หรือเป็นผู้ใหญ่ ที่อยู่รอบๆ เด็กและเยาวชนต้องช่วยกันปลูกฝังและให้โอกาสเด็กทำงาน รับผิดชอบกับกลุ่มต่างๆ ในชุมชนบ้านเกิดของเขาให้มากๆ ทำให้ต่อเนื่อง ฝึกอบรมดีๆ ให้เขาอย่างจริงจัง จะช่วยเติมเต็มชีวิตเยาวชนของเราได้แน่นอน...."

โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนภาคใต้

ผู้สนใจข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนภาคใต้ ติดต่อได้ ณ ศูนย์ประสานงาน อาคารศรีเกียรติพัฒน์ ถนน สงขลา-เกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90110 โทรศัพท์ 074-333441 หรือ 074-333290 ซึ่ง ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้เยาวชนแกนนำของ 20 สถานศึกษาทั้งในและ นอกโรงเรียน สร้างสรรค์กิจกรรม เพื่อสังคมพร้อมๆกับการพัฒนาทักษะชีวิตของจาก ตนเอง

หมายเหตุ: Focus Team เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2548 14:39:36

ติดประกาศ ศุกร์ 05 พ.ค. 06@ 18:36:36 ICT โดย admin
 
ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม นานาสาระ
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด นานาสาระ:
เดือนสิบ

คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่

ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

 ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน

หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

นานาสาระ

"เข้าระบบ" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 8 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

Re: คลองลำพด...อีกเส้นเลือดหนึ่งของฅนน้ำขาว (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ อาทิตย์ 24 ก.ย. 06@ 21:08:08 ICT
...นี่เป็นแค่ปัญหาหนึ่งในร้อยในพันของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและประเทศโลกที่ 3 การอ้างคำว่าเราจะต้องพัฒนาเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของผู้นำคนแล้วคนหล่าวแต่ไม่เคยถามความต้องการของคนในท้องถิ่นแล้วก็พยายามน้ำสิ่งต่างๆที่พยายามบอกว่าความเจริญความศิวิไล
...การนำโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามา ที่แท้จริงคือประเทศที่เขาเจริญแล้วจะทราบดีว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่สะอาดจริงๆทำได้อยากถึงทำได้แต่ต้นทุนการผลิตจะสูงทำให้สินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นแข่งขันกับคู่แข่งอยากเลยมีการเคลื่อนย้ายโรงงานอุตสากรรมมาประเทศที่ยังไม่พัฒนาเพราะต้นทุนในค่าแรงและวุตถุดิบถูกและส่วนมากประเทศที่ด้อยพัฒนาผู้นำประเทศมักมีการคอรัปร์ชั่นสูงกฎหมายมีความหละหลวมในการนำมาใช้ลงโทษ โรงงานต่างๆที่มีมลพิษสูงก็เลยย้ายฐานการผลิตมายังประเทศด้อยพัฒนา
...โรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาใหม่ๆจะดูเหมือนว่าประเทศเรากำลังเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่พอมาดูเข้าจริงๆประเทศเราเป็นแค่แหล่งแรงงานราคาถูกวัตถุดิบถูกและกฎหมายมีช่องว่างแท้จริงคนในประเทศก็แค่เป็นลูกจ้างในโรงงานกินเงินเดื่อนไม่กี่บาทต่อเดื่อนแล้วตอนนี้ก็เห็นผลแล้วเมื่อประเทศจีนประเทศเวียดนามเปิดประเทศพวกเจ้าของโรงงานก็ยายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนการผลิตถูกกว่าแล้วก็ทิ้งมลพิษไว้ให้กับเราคนในพื้นที่
...เมือเห็นชุมชนของเรากำลังเจอปัญหาที่ต่อเนืองมาจากคนนอกพื้นที่หรืออำนาจรัฐมารังแกมาตักตวงผลประโยชน์โดยทิ้งปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องของเราก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกันต่อสู้ให้กับชุมชนของเราและลูกหลานที่จะเกิดในชุมชนของเราในวันข้างหน้า

....ลูกหลานน้ำขาว.....


[ ตอบกลับ ]

  • xwrzwZXyKHonDps โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ พุธ 11 พ.ค. 16@ 13:56:29 ICT
  • lKThYTavlgZgETiMe โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ พุธ 11 พ.ค. 16@ 18:06:58 ICT
  • cHNMWQuUWNSnKackUy โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ ศุกร์ 13 พ.ค. 16@ 07:21:50 ICT
  • DfhEdAZcEvKziNKek โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ เสาร์ 14 พ.ค. 16@ 08:15:58 ICT
  • ItGGyuCxQzOOOMTgKXNA โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ อาทิตย์ 15 พ.ค. 16@ 06:27:27 ICT

Re: คลองลำพด...อีกเส้นเลือดหนึ่งของฅนน้ำขาว ช่วยกันแก้ไข (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ พฤหัสบดี 19 มี.ค. 09@ 11:42:10 ICT
ตอนนี้คลองลำพดได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง ครับ หรือยังไม่ได้รับแก้ไขก็ไห้ชาวบ้านร่วมตัวกันเพื่อต่อสู้ให้กับบ้านเกิด โดยการฟ้องศาล ให้ศาลบังคับโรงงานทำบ่อบำบัดน้ำเสียก่อนระบายลงคลองลำพด หรือให้ อบต ที่ไม่รู้เรื่องการบำบัดน้ำเสีย ให้ไปดูการบำบัดน้ำเสียที่ มอ.หาดใหญ่ก็ได้ ที่นั้นมีนักวิชาการมากมาย เพื่อท้องถื่นตัวเอง


[ ตอบกลับ ]


Re: คลองลำพด...อีกเส้นเลือดหนึ่งของฅนน้ำขาว (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ เสาร์ 04 ม.ค. 14@ 21:30:26 ICT
replica iwc watches [www.madisoncountyne.com] As a result of five sequential a great deal of natural stone-And after that-Function real estate encourage outcomes rolex replica watches under $100 fake tag heuer watches [petalumafarmersmarket.com] http://jandbcoffeeco.com/product/imitation.html [jandbcoffeeco.com] , All this concluded as quickly due to tart babes fashion.


[ ตอบกลับ ]


ฅนน้ำขาวออนไลน์ email: hs9lu@hotmail.com
เว๊บนี้เราทำเพราะอยากจะทำ ไม่มีใครจ้างให้เราทำ และเราไม่ได้จ้างให้ใครทำ ทีมงานทุกคนดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ในน้ำขาว