เมนูหลัก
· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ดาวน์โหลด
· ติดต่อเรา
· เนื้อหาสาระ
· เผยแพร่เรื่อง
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เรื่องทั้งหมด
· เรื่องทั้งหมดสำหรับพิมพ์
· หัวข้อเรื่อง
ค้นหา


เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:

เรื่องน่าอ่าน

บุคคล
[ บุคคล ]

·นายเสริม เทพสุวรรณ
·พระธรรมทูต
·กำนันหวาน เอียดศรีไชย
·นายเชื่อง สุวรรณสนิท
·นายเชื้อ คงทอง
·นายเจือ เพชรสุข
·นายเจ๊ะสัน เอียดทอง
·นางจวบ แก้วศรีเพ็ชร
·นางสายใจ แก้วศรีเพ็ชร
User Info
สวัสดี, พี่น้องชาวน้ำขาว
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: JackDpw11
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 23036

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 23
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 23
เรื่องน่าอ่าน ภาพน่าดู
· เมษาหน้าร้อน
· ประวัติวัดน้ำขาวใน
· มองคนจะนะ
· คำขวัญอำเภอจะนะ
· 40 ปี: ที่จะนะเปลี่ยนไป
· เขรถถีบย้อนรอยประวัติศาสตร์
แนะนำเว๊บ









นั่งสาดเตย กินลูกหว้า อาบน้ำคลอง ฉีกท้องข้าว
กิจกรรมฅนน้ำขาว: ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา

ฅนน้ำขาว รักน้ำขาว


จากแนวคิดของ ฅนน้ำขาวหลาย ๆ คน เช่น ครูถัด(สนิท ถิ่นจะนะ) ครูเอื้อน ครูไพศาล เรื่องฟื้นฟูการทำนาในตำบลน้ำขาว เนื่องจาก ที่นาในตำบลน้ำขาว ได้ปล่ยให้เป็นที่นารั้ง จำนวนมาก หรือเกือบ 100% ของที่นาทั้งหมด จนเป็นที่น่าเสียดาย ที่เรามีทรัพยากรอยู่แล้ว แต่ปล่อยให้ไร้ประโยชน์


ในฤดูกาลทำนา ปี2551 จะรวมกลุ่มกันทำนา และช่วยเหลือสนับสนุนผู้ที่ทำนาอยู่เดิมแล้ว คราวนี้ทุ่งนาน้ำขาวเราก็จะเขียวขจี ไปด้วยต้นข้าวอีกครั้ง รายงานความคืบหน้าติดตามได้ที่นี่ ตอนนี้กำลังทำสติกเกอร์รณรงค์อยู่ครับ ทรัพยากรบ้านเราตอนนี้ บุคคลภายนอกมาบริโภคกันอิ่มหมีพีมัน เลยครับพี่น้อง ภาพกิจกรรมเพิ่มเติม >>>

จากทัศนะ ของ นายไข่ดำ หนุ่มแห่งท้องทุ่งบ้านนาหยาม: "คนน้ำขาว ที่ไม่ทำนา ปล่อยให้นารั้ง สาเหตุมาจาก ระบบชลประทาน ก่อนไม่มีระบบชลประทาน ของทางราชการ การทำนา น้ำในการทำนาสมบูรณ์ดี แต่พอระบบชลประทานเข้ามา พื้นที่ในการทำนา เริ่มลดลง ชลประทานยิ่งมาก(หลายสาย) นายิ่งรั้ง เหลือแต่ต้นกกมาแทนต้นข้าวในนา ใช่ว่าคนน้ำขาว เบื่อการทำนา ไม่เห็นความสำคัญของที่นา แต่ปัญหามาจาก ระบบชลประทานของทางราชการ"



หมายเหตุ: หลวงไข่: รายงาน

ติดประกาศ จันทร์ 28 เม.ย. 08@ 00:00:00 ICT โดย admin
 
ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม ฅนน้ำขาว รักน้ำขาว
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ฅนน้ำขาว รักน้ำขาว:
ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 4
จำนวนผู้ลงคะแนน: 2


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่

ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

 ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน

หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ฅนน้ำขาว รักน้ำขาวนานาสาระแหล่งเรียนรู้

"เข้าระบบ" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 125 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

Re: ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ จันทร์ 16 มิ.ย. 08@ 14:38:46 ICT
ผมรับทราบข่าวการรวมกลุ่มกันของเหล่าปัญญาชนหัวก้าวหน้าหลายคนและเหล่าปราชญ์ชาวบ้านหลายคนด้วยความระทึก และถือว่าเป็นมิติใหม่ของการรวมกลุ่มเพื่อพลิกฟื้นผืนนา ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดำริว่าจะทำให้ได้ ผมเชื่อว่าหากเราทำอย่างจริงจังด้วยสติปัญญาแล้วกิจกรรมครั้งนี้ต้องสำเร็จ แต่การทำนายุคนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และการปฏิบัติการแบบสมัยใหม่ นั่นคือการจัดการ

ที่สำคัญที่ต้องทำคือ ศึกษาความเป็นไปได้ การวางแผน การจัดการที่ดี ขอเสนอแนะว่า การทำนาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับ หากจัดการไม่ดีอาจได้ไม่คุ้มเสีย แล้วเกิดอาการท้อ ได้ครั้งเดียวถอยเลย ต้องศึกษาให้ดีด้วยครับ เหตุผลหนึ่งที่คนไม่อยากทำนาคือ การทำนาแบบอาศัยเทวดาท่านเมตตา ปีใดน้ำท่วมก็เจ๊ง ปีใดแห้งแล้งก็เจ๊ง ปีใดหนูกินก็เจ๊ง แต่สิ่งที่ต้องจ่ายแน่ ๆ คือ ค่าปุ๋ย ค่าไถนา ค่าจ้างเก็บเกี่ยว ที่แพงหูฉี่ หากทำต้องคิดให้ครบวงจร และต้องคิดไปถึงการจัดตั้งโรงสี การแพคใส่ถุง การจัดหาตลาด ต้องวางแผนลดต้นทุนให้มาก


[ ตอบกลับ ]


Re: ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา (คะแนน: 1)
โดย คนริมควน เมื่อ เสาร์ 16 ส.ค. 08@ 15:18:55 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
การคิดจะย้อนกลับมาทำนานั้น ต้องให้คนส่วนมากที่มีที่นาทำกันพร้อมๆหลายคน ถ้าทำกันน้อย ผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย ต้องคิดถึงปัจจัยประกอบอย่างอื่นด้วย เช่นแหล่งที่มาของน้ำที่ใช้ทำนา โรงสีข้าว รถไถนา ยิ่งตอนนี้เขารณรงค์ให้ควายกลับมาไถนา(น้ำขาวจะมีควายเหลืออีกหรือเปล่า)คนส่วนใหญ่เขาไปตัดยางกันหมดเพราะยางราคาดี ทางอบต.ควรจะสนับสนุนส่งเสริมเป็นแรงจูงใจให้คนทำนา เเช่นการช่วยเหลือพันธ์ข้าว ช่วยค่าไถนาหรือค่าป๋ย หรือยกย่องเป็นคนตัวอย่างดีเด่นประจำตำบลในเรื่องการทำนา


[ ตอบกลับ ]


Re: ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ อาทิตย์ 11 พ.ค. 08@ 20:39:24 ICT
คนน้ำขาว ที่ไม่ทำนา ปล่อยให้นารั้ง สาเหตุมาจาก ระบบชลประทาน ก่อนไม่มีระบบชลประทาน ของทางราชการ การทำนา น้ำในการทำนาสมบูรณ์ดี แต่พอระบบชลประทานเข้ามา พื้นที่ในการทำนา เริ่มลดลง ชลประทานยิ่งมาก(หลายสาย) นายิ่งรั้ง เหลือแต่ต้นกกมาแทนต้นข้าวในนา ใช่ว่าคนน้ำขาว เบื่อการทำนา ไม่เห็นความสำคัญของที่นา แต่ปัญหามาจาก ระบบชลประทานของทางราชการ

ทัศนะ: นายไข่ดำ หนุ่มแห่งท้องทุ่งบ้านนาหยาม
จาก: http://school.obec.go.th/banku_ns/kruya/view.php?topic=131


[ ตอบกลับ ]


Re: ฅนน้ำขาวรวมกลุ่มทำนา (คะแนน: 0)
โดย พี่น้องชาวน้ำขาว เมื่อ พุธ 11 พ.ย. 09@ 18:23:28 ICT
น้ำขาวบ้านเราการทำมาหากินโดยดั้งเดิมคือ การทำนา ปลูกข้าว เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว เดินออกไปแถว ๆ ริมทุ่งที่อยู่รอบ ๆ บ้านน้ำขาว เช่น ทุ่งตีน ทุ่งนาหว่าน ทุ่งน้ำขาวตก พรุน้ำขาว เราจะพบความ เขียวขจีของต้นข้าวในฤดูปักดำ สีเหลืองอร่ามเมื่อฤดูเก็บเกี่ยว

เดี๋ยวนี้เจออะไร ก็เจอพื้นนาและคันนาเหงา ๆ ที่ ว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา คนบ้านเราละทิ้งทุ่งนาไปนานมากแล้ว เราขาดการเชื่อมต่อชีวิตชาวนาจากคนรุ่นเก่ามาถึงรุ่นปัจจุบัน ผมเป็นลูกชาวนาแต่ไม่มั่นใจว่าปลูกข้าว ทำนาเป็น หรือไม่ ผืนนาหลายแห่งกำลังเปลี่ยนไปเป็นสวนยาง ห้องแถว ร้านค้า พรุน้ำขาวแหล่งอาหารธรรมชาติ แหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งอารธรรมบ้านเรา กำลังล่มสลาย

มาถึงวันนี้วันที่ข้าวยากหมากแพง เป็นวิกฤติ ของคนบนพื้นโลก และคงเป็นวิกฤติที่ยาวนานจากนี้ไป เป็นยุคที่มีการแย่งชิงอาหาร ยุคที่คนบนโลกต้องอดตาย เพราะการขาดแคลนอาหาร แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลบ้านเรา อยู่สักหน่อยแต่น่าที่ผู้เกี่ยวข้องบ้านเราต้องนำมาขบคิด บ้านเรามีผืนนามากมายที่ว่างเปล่า แต่เราต้องนำเข้าข้าวสารจากบ้านเมืองอื่น มีใครสำรวจบ้างว่าแต่ละปีคนน้ำขาว นำเข้าข้าวกี่ตัน มาเลี้ยงปากท้อง ผู้ปกครอง/ผู้บริหารบ้านเราควรมองภาพอนาคตแล้ววางแผน รณรงค์ให้คนหันกลับมาดูผืนนาตนเอง(หากว่ายังไม่เปลี่ยนสภาพ)แล้วกลับมาทำนาเลี้ยงตนเอง คนน้ำขาวต้องทำนาเลี้ยงตนเองได้ ให้สมกับชื่อบ้านน้ำขาว หรือบ้านนั่มข้าว หากจะคิดต่อก็คือ น้ำขาวต้องเป็นแหล่งปลูกข้าวเพื่อส่งออกไปเลี้ยงบ้านอื่นบ้าง

ผมไม่ได้พูดเล่นเลื่อนลอย เราหลงระเริงกับคลื่นลูกที่ 2 (สังคมอุตสาหกรรม)และคลื่นลูกที่ 3(สังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ)จนละเลยคลื่นลูกที่ 1 (สังคมเกษตรกรรม)ซึ่งปัจจัยสี่ ในการดำรงชีพของแท้ของจริง ถึงเวลาต้องพลิกพื้นผืนนาน้ำขาว ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมนั่งหลับตานึกถึง เกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง ผมสำนึกในพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ท่านเหลือเกิน ในการมองเห็นกาลล่วงหน้า ที่เรากำลังพบพานอยู่เช่นวันนี้ อย่าลืมนะครับ น้ำขาวบ้านเรา ผืนนามากล้น อู่ข้าวอู่น้ำในอดีต เราหลงทางไปบ้างหรือเปล่าที่ส่งผลให้ปัจจุบันต้องเดือดร้อนกับการซื้อข้าวแพง ๆ มากินเพื่อประทังชีวิต

ฝากทีมงานเขรถถีบเที่ยว ช่วยปลูกฝังความคิดถึงผืนนา ว่าง ๆ ก็เขรถไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ขอบทุ่งแนะนำชื่อทุ่งต่าง ๆ รอบหมู่บ้าน ไปลองปักดำข้าวกล้าเชื่อมความรู้สึก รู้ซึ้งถึงความเป็นอยู่ของชาวนา (ซึ่งหายากแล้ว)เป็นการปลูกฝังคนรุ่นหลัง สิ่งนี้ไม่ใช่ความเชย หรือล้าหลัง แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเจอแน่นอนไม่ช้าก็เร็วส่งที่ท่านทำเป็นสิ่งที่สร้างความศรัทธาให้แก่เยาวชนมากอยู่แล้ว ก็แทรกสิ่งนี้เข้าไปบ้างน่าจะดี.....หรือว่าไม่จริง

ลูกชาวนา
จาก: http://school.obec.go.th/bkgschool/bayoor_board/view.php?topic=325


[ ตอบกลับ ]


ฅนน้ำขาวออนไลน์ email: hs9lu@hotmail.com
เว๊บนี้เราทำเพราะอยากจะทำ ไม่มีใครจ้างให้เราทำ และเราไม่ได้จ้างให้ใครทำ ทีมงานทุกคนดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ในน้ำขาว